การฝึกอบรม ผู้ช่วยสัตวแพทย์

แถบแสดงระยะการฝึกอบรม

ความจริงเกี่ยวกับหมัด

ในโลกนี้มีหมัดมากกว่า 2,000 สายพันธุ์ และสามารถก่อปัญหาได้ทุกแห่ง หมัดชนิดที่พบมากสุดคือ Ctenocephalides felis ซึ่งเรียกอีกชื่อ คือ”หมัดแมว” แต่หมัดแมวก็ก่อปัญหากระทบต่อทั้งสุนัขและแมว ตลอดจนสัตว์ป่าบางจำพวก เช่น พอสซัม เป็นต้น และสามารถก่อความรำคาญให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยงด้วย

เมื่อหมัดติดบนตัวสัตว์เลี้ยงแล้วภายใน 5 นาทีหมัดจะเริ่มดูดเลือดเป็นอาหาร และหมัดสามารถดูดเลือดได้นานถึง 2.5 ชั่วโมง หมัดตัวเมียจะดูดเลือดไม่รู้จักอิ่ม สามารถดูดกินเลือดได้ถึง 15 เท่าของน้ำหนักของมันทีเดียว หมัด 1 ตัวสามารถมีชีวิตอยู่บนตัวสุนัข หรือ แมว ได้นานถึง 2 เดือน

หมัดสามารถเพิ่มจำนวนได้อย่างเชี่ยวชาญ

การติดหมัดเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาซึ่งยากในการควบคุม เพราะหมัดสามารถวางไข่ในปริมาณมากจำนวน 40-50 ฟองต่อวัน และสามารถวางไข่ได้ถึง 50 วัน หมัดตัวเมีย 1 ตัวสามารถวางไข่ได้ถึง 2,000 ฟอง ไข่หมัดจะฟักตัวเป็นตัวอ่อน(larvae) และตัวดักแด้(pupae)

การเกิดหมัดตัวอ่อนจำนวนมากมายทำให้หมัดในระยะตัวอ่อน และตัวดักแด้ยังคงฝังตัว และปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อมในบ้านที่อยู่อาศัยได้เป็นเวลาหลายเดือน ต้องอุณหภูมิ กาซคาร์บอนไดออกไซค์ และการเคลื่อนไหว จะทำให้หมัดในระยะตัวอ่อนฟักออกมาจากรังดักแด้ กลายเป็นหมัดที่หิวโหยและพร้อมจะติดขึ้นบนตัวสัตว์เลี้ยง

หมัดอาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมถึง 95% ในขณะที่หมัดตัวเต็มวัยที่ติดขึ้นบนตัวสัตว์เลี้ยงจะมีจำนวนเพียง 5% เท่านั้น

วงจรชีวิตของหมัด

คลิกเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะต่างๆ ของวงจรชีวิตหมัด

หมัดไข่

ไข่

หมัดตัวเมียวางไข่บนตัวสุนัขและสามารถวางไข่ได้วันละ 40-50 ฟองต่อวัน แล้วปล่อยให้ไข่หมัดหล่นลงมาที่พื้น และกระจายอยู่ทั่วไปในบ้าน ไข่หมัดสามารถฟักตัวเป็นระยะตัวอ่อน ได้ตั้งแต่ 1-10 วัน และเพียง 30% เท่านั้นที่จะเจริญไปเป็นหมัดตัวเต็มวัย

หมัดตัวอ่อน

ตัวอ่อน

หมัดตัวอ่อน สามารถอาศัยอยู่ในพรม วัสดุผ้า และ รอยแยกต่างๆ ในสิ่งแวดล้อมรอบตัวสัตว์เลี้ยง ตัวอ่อนจะกินสิ่งขับถ่ายจากหมัดตัวเต็มวัยและสารอินทรีย์ที่พบจนกระทั่งพัฒนาไปเป็นระยะตัวดักแด้ ตัวอ่อนของหมัด

เห็บ

ตัวดักแด้

ตัวดักแด้ พัฒนาไปเป็นหมัดตัวเต็มวัยภายในรังดักแด้ ซึ่งหมัดสามารถคงอยู่ได้อย่างยาวนาน ทนทาน และจะฟักออกมาจากรังดักแด้เมื่อ ได้รับอุณหภูมิ คาร์บอนไดออกไซค์ และการเคลี่ยนไหว

หมัดสำหรับผู้ใหญ่

หมัดตัวเต็มวัย

เมื่อหมัดติดขึ้นบนตัวสัตว์เลี้ยงของคุณ หมัดตัวเต็มวัยจะใช้ช่วงชีวิตของมันที่เหลือทั้งหมดบนตัวสัตว์เลี้ยง กินอาหาร และวางไข่ และทำให้มีการติดหมัดกระจายทั่วบ้านของคุณภายในไม่กี่วัน

เพราะปัญหามีมากกว่าที่มองเห็น

เพียงแค่อาการคันที่เกิดขึ้นจากหมัด ก็สามารถสร้างความระคายเคือง ก่อความรำคาญมากพอต่อสุนัข หรือ แมวได้ แต่หมัดยังสามารถก่อปัญหาต่อสุขภาพสัตว์ได้รุนแรงอีกด้วย กล่าวคือ เกิดอาการ คันอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน แม้ว่าบนตัวสัตว์จะไม่พบตัวหมัดแล้วก็ตาม หมัดยังสามารถถ่ายทอดการติดพยาธิตัวตืด (Dipylidium caninum) ในสุนัข แมว และคนได้ นอกจากนี้หมัดยังสามารถแพร่โรคติดเชื้อแบคทีเรียได้ด้วย

ตรวจหาหมัด

สุนัขส่วนใหญ่มักติดหมัดได้บ่อยตลอดช่วงอายุ แม้สัตว์เลี้ยงจะไม่เคยออกไปนอกบ้านเลยก็ตาม เพราะการติดหมัดกลับเข้ามาในบ้านเกิดขึ้นได้เสมอ

การติดหมัดไม่ใช่ปัญหาหลักของเจ้าของสัตว์เลี้ยงและตัวสัตว์เลี้ยงเอง แต่สิ่งที่สำคัญก็คือ การจับและยับยั้งหยุดหมัดตั้งแต่แรก ก่อนการเพิ่มจำนวนอย่างมากมาย และก่อนปัญหาที่ใหญ่โตมากขึ้น ซึ่งเป็นที่มาว่า การตรวจสอบหาหมัดเป็นประจำ ควรเป็นการดูแลสุขภาพสัตว์ที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องและเป็นสิ่งสำคัญหนึ่งของโปรแกรมสุขภาพประจำตัวสัตว์เลี้ยง

ควรตรวจสอบอยู่เสมอ

หมัดตัวเต็มวัยสามารถมองเห็นได้ง่าย โดยเฉพาะในสัตว์ที่มีขนสั้น และสีขนอ่อนๆ แต่จะพบหาได้ยากในสัตว์เลี้ยงที่มีสีขนเข้มๆ ดังนั้นสัตว์เลี้ยงอาจมีการเลียแต่งขนตัวเอง กิน หรือขจัดหมัดออกไป ก่อนที่คุณจะมีโอกาสมองเห็นตัวหมัดเหล่านั้น ดังนั้นการที่สัตว์เลี้ยงมีการติดหมัดแต่คุณก็อาจไม่พบตัวหมัดบนสัตว์เลี้ยงได้เช่นกัน

พยายามลองตรวจดูบริเวณโคนหาง โดยใช้มือ หรือหวีสางหมัด และมองดูการเคลี่ยนไหว หมัดส่วนใหญ่จะมีขนาดเท่ากับหัวเข็มหมุด และจะเคลื่อนไหว หรือ กระโดดเมื่อถูกรบกวน

อาการของการติดหมัด

แม้ว่าคุณจะมองไม่เห็นตัวหมัด หากพบลักษณะชิ้นส่วนที่ดูสีเข้มๆ ชิ้นส่วนคล้ายๆ ผงพริกไทย บนผิวหนัง หรือ ที่ขนสัตว์ สิ่งเหล่านี้อาจเป็น .ขี้หมัด (Flea dirt) ซึ่งเป็นสิ่งขับถ่ายของตัวหมัดนั่นเอง

คุณสามารถทดสอบว่าสิ่งที่เห็นเป็นขี้หมัด หรือไม่โดยวิธีง่ายๆ ใช้กระดาษทิชชู่เปียก หรือคัตตอนบัดเปียกน้ำ แตะ ถู ตรงชื้นส่วนดังกล่าว หากคุณพบว่า เป็นสีออกน้ำตาล แดงเข้มๆ นั่นคือ ขี้หมัด (flea dirt) และเป็นการยืนยันว่า สัตว์เลี้ยงดังกล่าวมีการติดหมัด

หมา

หยุดวงจรชีวิตหมัด

ถ้าคุณมีการติดหมัดขึ้นภายในบ้านสักครั้งหนึ่ง คุณจะไม่อยากพบปัญหานี้อีกแม้แต่ครั้งเดียว เพื่อหยุดการติดหมัดซ้ำ คุณต้องหยุดวงจรชีวิตของหมัดเพื่อให้การกำจัดหมัดได้สัมฤทธิผล

ความจริงคือ หมัดที่พบบนตัวสุนัข หรือ แมว เพียง 1 ตัว จะยังคงมีตัวหมัดที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมอีก 9 ตัว เจ้าของสัตว์เลี้ยงมักจะคิดว่า สามารถขจัดหมัดออกจากตัวสัตว์เลี้ยงได้แล้ว ภายหลังการใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดหมัดบนตัวสัตว์ เพียงไม่กี่วัน หรือไม่กี่สัปดาห์ ทั้งนี้เจ้าของสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่มักจะไม่ใช้ยากำจัดหมัดยาวตลอดปี การติดหมัดบนตัวสัตว์ 1 ครั้ง พบว่าต้องการใช้เวลาในการขจัดหมัด มากกว่า 8 สัปดาห์ขึ้นไป

เพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์นี้ สัตวแพทย์และผู้ช่วยสัตวแพทย์ ควรที่จะให้คำแนะนำการใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดหมัด ตลอดทั้งปี เพื่อหยุด ยับยั้งวงจรชีวิตหมัด สัตว์เลี้ยงทุกตัวในบ้านควรได้รับการให้ผลิตภัณฑ์กำจัดหมัดในเวลาเดียวกัน เพื่อมั่นใจว่าปัญหาได้ถูกจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถฆ่าทั้งหมัดตัวเต็มวัย และหยุดวงจรชีวิตหมัดได้ด้วยเป็นสิ่งที่มีความสำคัญยิ่ง

แหล่งที่ซ่อนตัวของหมัด

เพื่อลดจำนวนไข่หมัด และตัวอ่อนของหมัดภายในบ้าน:

  • ล้างสิ่งปูรอง ที่นอนของสัตว์เลี้ยงด้วยน้ำร้อนจัด
  • ใช้เครื่องดูดฝุ่น พรม เฟอร์นิเจอร์ เพื่อลดปริมาณไข่หมัด ตัวอ่อนหมัด และควรทำการทิ้งถุงเก็บขยะของเครื่องดูดฝุ่นด้วย

การมองหาแหล่งซ่อนตัวหมัดให้เจอ และปฏิบัติการเพื่อหยุดวงจรชีวิตหมัด จะทำให้สัตว์เลี้ยงและบ้านปลอดจากหมัดได้

หมา

เห็บบนตัวสุนัข

เห็บเป็นปรสิตที่ดูดเลือด และมีความใกล้เคียงกับแมงมุม เห็บมีหลายชนิด แต่เห็บที่พบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้มากก็คือ เห็บสีน้ำตาล(brown dog tick, Rhipicephalus sanguineus) เห็บสีน้ำตาลนี้จะมีความแตกต่างจากเห็บชนิดอื่นๆ ด้วยที่มันสามารถอยู่ภายในบ้านได้ตลอดชีวิตของมัน ดังนั้นเห็บสีน้ำตาลจึงสามารถเพิ่มจำนวนได้ไม่ว่าอากาศจะหนาวเย็น และเป็นเห็บที่พบมากทั่วโลก เห็บหลายชนิดส่วนใหญ่อาจพบอยู่ภายในบ้าน บนตัวสัตว์เลี้ยง แต่จะไม่สามารถมีวงจรชีวิตที่ครบได้ แม้ว่าเห็บสีน้ำตาล จะดูดเลือดสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด สุนัขเป็นโฮสต์เป้าหมายที่เห็บสีน้ำตาลชอบอย่างมาก และสามารถติดขึ้นบนตัวสุนัขได้เป็นจำนวนมาก

วงจรชีวิตของเห็บ

เห็บสีน้ำตาล เป็นเห็บที่ต้องขึ้นบนตัวโฮสต์ 3 ครั้ง นั่นหมายถึงเห็บจะออกจากตัวโฮสต์เพื่อพัฒนาตัวมันเอง และลอกคราบจากระยะตัวอ่อนลาร์ว่า ไปเป็น ระยะตัวอ่อนดักแด้ และเป็นระยะตัวเต็มวัย ในแต่ละระยะจะมีการเปลี่ยนการติดโฮสต์ใหม่ โดยเฉพาะในสิ่งแวดล้อมบางพื้นที่ อาจจะเป็นสุนัขตัวเดิม (หากบริเวณนั้นๆ มีสุนัขเพียงตัวเดียว หรือ มีจำนวนน้อย) แต่เห็บก็มี โอกาสในการขึ้นติดโฮสต์ที่แตกต่างกันได้

เห็บสีน้ำตาลตัวเมียที่ดูดเลือดจนอิ่ม สามารถวางไข่ได้ถึง 5,000 ฟอง ซึ่งจำนวนของไข่ขึ้นกับขนาดของตัวเห็บ และปริมาณเลือดที่ดูดกินเข้าไป ระยะเวลาที่ใช้ในการดูดเลือด และระยะเวลาที่ต้องใช้ในการเจริญเติบโตและลอกคราบ มีความสัมพันธ์กับระดับอุณหภูมิ ในสภาวะอุณหภูมิที่ร้อน หรืออุ่นขึ้น เห็บจะดูดเลือดและมีการเจริญเติบโตได้เร็วกว่าในสภาวะอุณหภูมิที่เย็น การอยู่รอดของเห็บพบได้สูงกว่าในสภาวะอุณหภูมิที่เย็นลง และมีความชื้นสัมพัทธ์สูงขึ้น แต่เห็บก็มีความทนทานมากในสภาวะต่าง เห็บตัวเมียเต็มวัยจะดูดเลือดจากโฮสต์เป็นอาหารเป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ แล้วจะลงจากตัวโฮสต์เพื่อหาที่วางไข่ รอยแยก รอยแตกในบ้าน สิ่งแวดล้อมต่างๆ โรงรถ และทุกหนทุกแห่งที่สุนัขปรากฏตัวเดิน วิ่งไปมา เห็บตัวเมียจะวางไข่หลังจากดูดเลือดจนอิ่มแล้ว 4 วัน และวางไข่อย่างต่อเนื่อง 15 วัน เห็บตัวเมียนั้นจะออกไข่โดยจะมีสิ่งขับหลั่งเคลือบเปลือกไข่เห็บไว้เพื่อปกป้องไข่ไม่ให้แห้งจนเกินไป หลังจากเห็บตัวเมียวางไข่เสร็จแล้วก็จะตาย ไข่จะฟักตัวเป็นเห็บตัวอ่อนประมาณ 2-5 สัปดาห์ และจะเริ่มหาโฮสต์เพื่อติดขึ้นไปดูดเลือดทันที

วงจรชีวิตเห็บสุนัขสีน้ำตาล

คลิกเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวงจรชีวิตเห็บสุนัขสีน้ำตาล

เห็บไข่

ไข่เห็บ

เห็บสุนัขสีน้ำตาลตัวเมีย 1 ตัวสามารถวางไข่ได้ถึง 5,000 ฟอง

เห็บตัวอ่อน

ตัวอ่อน

เห็บที่ฟักออกจากไข่ระยะตัวอ่อนเล็กๆ ซึ่งมีขา 6 ขาหลังจากการฟักตัว 40-60 วัน ตัวอ่อนนี้จะมองหาโฮสต์เพื่อดูดเลือด ใช้เวลาดูดกินเลือดอยู่ 4-6 วันก็จะหล่นลงพื้นจากตัวโฮสต์ และลอกคราบเพื่อเป็นตัวกลางวัยที่มี 8 ขาต่อไป

เห็บ

ตัวกลางวัย

ตัวกลางวัยต้องการการดูดเลือดเป็นอาหารบนตัวโฮสต์ ก่อนพวกมันจะสามารถลอกคราบอีกครั้งเพื่อเป็นเห็บตัวเต็มวัย

ติ๊กผู้ใหญ่

ตัวเต็มวัย

เห็บตัวเต็มวัยตัวเมียต้องการการดุดเลือดเป็นอาหารอีกถึง 10 วันก่อนจะลงจากตัวโฮสต์เพื่อวางไข่ได้ถึงจำนวน 3,000 ฟอง ที่พื้นที่ที่เหมาะสม เห็บตัวเต็มวัยตัวผู้จะหาเห็บตัวเต็มวัยตัวเมียตัวใหม่บยตัวโฮสต์เพื่อผสมพันธุ์ และยังอาศัยเลือดจากเห็บตัวเมียเป็นอาหาร วงจรชีวิตจะเป็นไปอย่างนี้ประมาณ 1 ปีจึงจบสมบูรณ์



ทุกระยะของเห็บสีน้ำตาลจะชอบสุนัข แม้ว่ามันจะสามารถดูดเลือดสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมอื่นๆ ได้ด้วยเช่นกัน เห็บระยะตัวอ่อน จะดูดเลือดเป็นอาหารอยู่ 3-7 วัน และจะใช้เวลาอีก 2 สัปดาห์ในการเจริญไปเป็นระยะตัวกลางวัย เห็บตัวกลางวัยก็จะดูดเลือดเป็นอาหารอีก 5-10 วัน และใช้เวลาอีก 2 สัปดาห์ในการเจริญไปเป็นเห็บตัวเต็มวัย เห็บตัวเต็มวัยทั้งตัวผู้และตัวเมียจะเกาะติดตัวโฮสต์เพื่อดูดเลือดเป็นอาหาร แม้เห็บตัวผู้จะเกาะดูดเลือดเป็นระยะเวลาสั้นๆ วงจรชีวิตทั้งหมดสามารถเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ภายใน 2 เดือน แต่พบได้บ่อยๆ ที่อาจใช้เวลานานกว่านี้ ถ้าโฮสต์มีจำนวนน้อย หรือสภาวะอากาศเย็นลง เห็บสามารถมีชีวิตอยู่รอดได้ยาวนานในแต่ละระยะนาน 3-5 เดือน โดยไม่ดูดเลือดเป็นอาหาร เราจึงสามารถพบเห็บพร้อมกันในระยะแตกต่างกันทั้งที่เป็น ระยะตัวอ่อน ระยะตัวกลางวัย และระยะตัวเต็มวัย ในความเป็นจริงคือ เราสามารถพบเห็บได้ทุกระยะ ทั้งที่ดูดเลือดเต็มที่จนตัวอ้วนเป่ง หรือระยะที่ยังไม่ดูดเลือด เห็บจะมีการเพิ่มขนาดตัวเมื่อดูดเลือด การจำแนกระยะของเห็บจากลักษณะภายนอก อาทิเช่น ระยะตัวอ่อน จะมี 6 ขา ในขณะที่ระยะตัวกลางวัยและระยะตัวเต็มวัยจะมี 8 ขา เห็บตัวผู้จะดูดเลือดปริมาณน้อยกว่าเห็บตัวเมีย โดยเห็บตัวเมียจะดูดเลือดปริมาณมากและเพิ่มขนาดตัวใหญ่ขึ้นมาก ระยะตัวกลางวัยจะสามารถแยกออกจากระยะตัวเต็มวัยเพราะจะมีขนาดแตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่เป็นการจำแนกอย่างคร่าวๆ ซึ่งต้องการการตรวจวินิจฉัยยืนยันผ่านทางกล้องจุลทรรศน์

เห็บบนตัวสุนัข

เห็บเป็นพาหะนำโรคติดต่อสู่สัตว์เลี้ยง

การติดเห็บจำนวนมาก ทำให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนัง และการทำลายผิวหนังได้ และการเพิ่มประชากรเห็บในสิ่งแวดล้อมในบ้าน และคอกสุนัข ทั่วโลกพบว่า เห็บสีน้ำตาล(Rhicephalus sanguineus) เป็นพาหะนำโรคสำคัญในสุนัข คือ โรคติดเชื้อพยาธิในเม็ดเลือดในสุนัขโดยเชื้อเออร์ริเชีย เคนิส (Ehlichia canis) โรคติดเชื้อบาบิเชียในสุนัข โดยเชื้อ Babesia vogeli, Babesia gibsoni และโรคติดเชื้ออนาพลาสม่าในสุนัข โดยเชื้อ (Anaplasma phagocytophilum) แต่แทบไม่พบว่า ก่อให้เกิดปัญหาในคนซึ่งมีรายงานน้อย ในสุนัขกรณีติดเชื้อเออร์ริเชียจะมีอาการขาอ่อนแรงและมีไข้ ส่วนโรคติดเชื้อบาบิเชีย สุนัขจะมีไข้ เบื่ออาหาร และโลหิตจาง เห็บสีน้ำตาล (Rhicephalus sanguineus) ยังไม่พบอุบัติการว่าก่อให้เกิดปัญหา Lyme disease

เห็บบนตัวสุนัข

วิธีตรวจสอบสุนัข

ไม่มีวิธีที่ตรวจสอบได้อย่างรวดเร็ว เพราะเห็บที่มักฝังตัวเกาะที่ผิวหนังใต้ขนของสุนัข

ก่อนดูดกินเลือด เห็บจะมีขนาดเล็กมากซึ่งทำให้การตรวจอย่างคร่าวๆ ไม่ทั่วถึงอาจจะทำให้ตรวจไม่พบเห็บ หากเมื่อเห็บได้ดูดเลือดจนเต็มที่แล้วขนาดที่ขยายใหญ่ขึ้นมากทำให้เราสามารถตรวจพบได้ง่ายขึ้น

การจับเห็บออกจากตัวสุนัข

แนะนำให้ใช้คีมหนีบ ใช้นิ้วจับ หรือใช้เครื่องมือจับเห็บ เพื่อรวบจับตัวเห็บให้ใกล้กับผิวหนังสุนัขมากที่สุด แล้วใช้แรงจับ หนีบ หรือถอนตัวเห็บอย่างมั่นคง ดึงตัวเห็บออกอย่างช้าๆ จากผิวหนัง โดยคงสภาพของตัวเห็บไว้ ไม่ให้เสียหาย

หากส่วนปากของเห็บ ยังคงค้างอยู่ในชั้นผิวหนัง ให้ใช้เล็บหยิบ หรือสะกิดออก

เห็บ
ติ๊กถูกดึงออก

การป้องกันเห็บ

ไม่ว่าเราจะดูแลสัตว์เลี้ยงดีเพียงใด บรรดาเห็บทั้งหลายก็ยังสามารถติดขึ้นมาใหม่บนตัวของเรา หรือตัวสุนัขได้ เพราะเห็บมีการปรับตัวที่จะหลบซ่อนอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี สามารถติดกลับมาบนตัวโฮสต์ใหม่ได้เสมอ ดังนั้นเจ้าของสุนัขทำการตรวจดูทางกายภาพบนตัวสุนัข จึงทำให้เจ้าของมักจะให้การป้องกันเห็บเฉพาะหน้าที่พบเห็บระบาดหนักเท่านั้น ทั้งนี้โดยความเป็นจริง แล้ว เห็บพบได้ตลอดทั้งปีในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เห็บที่ดูดเลือดเต็มที่

เห็บ

เห็บสีน้ำตาลในสิ่งแวดล้อม

สุนัขสีน้ำตาลเห็บในสภาพแวดล้อม

การจำแนกเห็บ

New Bravecto

บราเวคโต (ฟลูราลาเนอร์) เป็นสารใหม่ในกลุ่ม ไอโซซาลีน เป็นนวัตกรรมใหม่ของยากำจัดปรสิต

  • ไม่เคยใช้ในการควบคุมเห็บ หมัดมาก่อน
  • ยังไม่มีข้อมูลการดื้อยา
  • มีประสิทธิภาพต่อปรสิตที่ดื้อต่อยาฟิโปรนิล

บราเวคโตออกฤทธิ์รวดเร็ว ได้ผลสม่ำเสมอ และคงฤทธิ์อยู่นานต่อทั้งหมัด และเห็บ

บราเวคโต ยาเม็ดเคี้ยวง่าย ให้ผล:

  • กำจัดและควบคุมการติดหมัดแมว (Ctenocephalides felis) เป็นเวลา 12 สัปดาห์
  • กำจัดและควบคุมเห็บสีน้ำตาล (Rhipicephalus sanguineus) เป็นเวลา 12 สัปดาห์
The range of Bravecto products.

ออกฤทธิ์เร็ว และสม่ำเสมอต่อหมัด 1,2

บราเวคโต:

  • ให้ผลในการควบคุมหมัด ภายใน 8 ชั่วโมง 1,2
  • คงประสิทธิภาพในการควบคุมหมัดภายใน 8 ชั่วโมง และตลอดระยะเวลา 3 เดือนของการระยะการให้ยา 1,2
  • ให้ผล ออกฤทธิ์ในการฆ่าหมัดที่ติดขึ้นบนตัวสัตว์ได้เร็วก่อนที่หมัดจะวางไข่ได้ 1

ประสิทธิภาพที่ได้รับการพิสูจน์ในสภาพแวดล้อมของประเทศออสเตรเลีย

An Australian pen study1 assessing the performance of Bravecto to remove and control artificial infestations of adult cat fleas on dogs, displayed ≥ 99.9% efficacy throughout the 3 month trial.

1. MSD data on file.
2. Taenzler J, Wengenmayer C et al. Onset of activity of Fluralaner (Bravetco™) against Ctenocephalides felis on dogs. Parasites & Vectors (2014) 7:567.

การจัดการและควบคุมเห็บสุนัขสีน้ำตาล ได้ 12 สัปดาห์

เนื่องจากการออกฤทธิ์ของบราเวคโต อาจพบเห็บที่ตายเกาะติดที่ตัวสัตว์เลี้ยงได้หลังการให้ยา แต่เห็บที่ตายแล้วนี้มักพบว่ามีการดูดเลือดไปบ้าง และการเก็บเอาเห็บที่ตายแล้วนี้จะทำได้โดยง่าย ตรงข้ามกับเห็บที่มีชีวิตจะต้องใช้แรงดึงในการเก็บเห็บออกจากตัวสัตว์เลี้ยง

ความมั่นใจสำหรับคุณและสัตว์เลี้ยงของคุณ

  • บราเวคโตสามารถใช้ในลูกสุนัขอายุตั้งแต่ 8 สัปดาห์ขึ้นไป และมีน้ำหนักตั้งแต่ 2 กิโลกรัมขึ้นไป
  • บราเวคโต ได้รับการทดสอบความทนต่อยาในลูกสุนัข ต่อการทดสอบให้ยาสูงถึง 5 เท่าของขนาดโด็สยาสูงสุด (คือ 5x56 มิลลิกรัม = 280 มิลลิกรัม ของตัวยา ฟลูราลาเนอร์/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม) โดยมีการให้ทุก 8 สัปดาห์เป็นจำนวน 3 ครั้งติดต่อกัน 1
  • บราเวคโต สามารถให้ในสุนัขพันธุ์ ตั้งท้อง และให้นมลูก 1
  • บราเวคโต ได้รับการทดสอบว่า สุนัขพันธุ์คอลลี่ที่มียีนส์ MDR1-/- นั้นมีความทนต่อยาได้เป็นอย่างดี
  • การทดสอบอาการทางคลินิก ไม่พบการขัดกันของการใช้ยาบราเวคโต กับการใช้ผลิตภัณฑ์ยาทั่วไปที่ใช้เป็นประจำในคลินิค 1,3,4,5
หมา
1. MSD data on file.
2. Walther FM, Allan AJ, Allam MJ et al. Safety of fluralaner, a novel systemic antiparasitic drug, in MDRI(-/-) Collies after oral administration. Parasites & Vectors (2014) 7:86.
3. Rohdich N, Roepke R, Zchiesche E. A randomized, blinded, controlled and multi-centered field study comparing the efficacy and safety of Bravecto™ (fluralaner) against Frontline™ (fipronil) in flea and tick-infested dogs. Parasites & Vectors 2014 7:83.
4. Meadows C, Geurino F and Sun F. A randomized, blinded, controlled USA field study to assess the use of fluralaner tablets in controlling canine flea infestations. Parasites & Vectors (2014) 7:375.
5. Walther FM, Fisara P, Allan MJ et al. Safety of concurrent treatment of dogs with fluralaner (Bravecto™) and milbemycin-oxime-praziquantel. Parasites & Vectors (2014) 7:481.

ให้ได้ง่ายๆ ไม่ต้องคิดมาก ไม่ยุ่งยาก

เพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้า และคุณภาพในการดูแลสุขภาพที่มีดีมากยิ่งขึ้นเพราะปฏิบัติได้ง่าย

  • ยาเม็ดเคี้ยวง่าย รสชาดอร่อย ให้ง่าย จากการศึกษาความน่ากินพบว่า สุนัขกินเองสูงกว่า 91.7% 1,2
  • ช่วงเวลาในการป้องกันที่ยาวนานกว่า ทำให้สะดวกในการให้ยาจำนวนน้อยครั้ง/ปี จดจำได้ง่าย ไม่ลืม
  • หมดปัญหาการให้ ต้องเลอะ เปรอะมือ หรือ น้ำยาหกกระเด็น
  • ป้องกันหมัดได้ตลอดทั้งปีด้วยการให้เพียง 4 ครั้ง หมายถึงจำนวนครั้งที่น้อยลงในการป้องกัน จำได้ง่ายไม่ลืม และสะดวกในการป้องกันได้ทุกฤดูกาล
หมา
1. MSD data on file.
2. Meadows C, Geurino F and Sun F. A randomized, blinded, controlled USA field study to assess the use of fluralaner tablets in controlling canine flea infestations. Parasites & Vectors (2014) 7:375.

ตัวอย่างการคำนวณขนาดโด๊สยาสำหรับสุนัข

  • ในแต่ละช่วงน้ำหนัก ตัวยาทั้งเม็ดต้องให้สุนัขทั้งเม็ด สำหรับสุนัขที่มีน้ำหนักมากกว่า 56 กิโลกรัม ให้ใช้ยา 2 เม็ดที่นำมารวมกันเทียบได้กับช่วงน้ำหนักจริงของสุนัข
  • การให้บราเวคโตในช่วงใกล้เคียงกับการให้อาหาร มีผลทำให้ยามีประสิทธิภาพสูงสุด 1
  • ในสุนัขอายุตั้งแต่ 8 สัปดาห์ขึ้นไป การให้บราเวคโตสามารถให้ได้โดยมีระยะเวลาห่างกันทุก 8 สัปดาห์ ซึ่งพบว่า สุนัขมีความทนต่อยา

ง่าย สะดวก กับ บรรจุภัณฑ์ 1 กล่อง ต่อยา 1 โด๊ส

เล่นวิดีโอส่งเสริมการขาย
1. Walter FM, Allan MJ, Roepke R and Nuernberger MC. The effect of food on the pharmacokinetics of oral fluralaner in dogs. Parasites & Vectors (2014) 7:84.

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: บราเวคโต มีลักษณะของยาเม็ดเคี้ยวง่ายเป็นอย่างไร?
ตอบ: บราเวคโต เป็นยาเม็ดสีน้ำตาลอ่อนจนถึงน้ำตาลเข้ม มีผิวเรียบหรือขรุขระเล็กน้อย รูปทรงกลม อาจมีลายเหมือนหินอ่อน หรือ จุดด่าง หรืออาจพบได้ทั้งสอบแบบ

ถาม: เจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถ จับ สัมผัสตัวสุนัข หลังจาการป้อนบราเวคโตให้สุนัขกิน ได้ไหมและมีความปลอดภัยหรือไม่?
ตอบ: บราเวคโตเป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้โดยการกิน ดังนั้นการสัมผัสสัตว์เลี้ยงภายหลังการให้ จึงไม่มีผลใดๆ

ถาม: สามารถใช้บราเวคโตได้ตลอดทั้งปีหรือไม่?
ตอบ: สามารถให้บราเวคโตได้ทั้งปี เพราะปัญหาหมัด เห็บ พบได้ทั้งปี การให้บราเวคโตทุก 3 เดือน เป็นการเพิ่มความมั่นใจว่า สุนัขของเราจะได้รับการป้องกันจาก เห็บและหมัด ได้ตลอดเวลาทั้งปี

ถาม: บราเวคโตฆ่าเห็บ และหมัดได้อย่างไร?
ตอบ: ตัวยาออกฤทธิ์คือ ฟลูราลาเนอร์ เมือถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายแล้ว เมื่อเห็บและหมัดติดบนตัวสัตว์เลี้ยงเริ่มดูดเลือดสุนัข จะให้ได้รับตัวยาฟลูราลาเนอร์เข้าไป ฟลูราลาเนอร์จะทำให้ระบบประสาทของเห็บและหมัดไม่สามารถทำงานได้ ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ บราเวคโตให้ผลในการควบคุมหมัดบนสุนัขภายหลังการให้ยา 8 ชั่วโมง และควบคุมการติดเห็บที่ทำให้เกิดอัมพาตภายใน 24 ชั่วโมง ประสิทธิภาพของยาคงมีฤทธิ์อยู่นานตลอดช่วงเวลา

ถาม: บราเวคโตฆ่าหมัดได้ก่อนที่หมัดจะวางไข่ได้หรือไม่?
ตอบ: บราเวคโตออกฤทธิ์ฆ่าหมัดที่ติดขึ้นใหม่บนตัวสัตว์เลี้ยงได้ก่อนที่หมัดจะวางไข่ และเป็นการทำลายวงจรชีวิตหมัด

ถาม: เราจะยังพบตัวเห็บที่ตายแล้วเกาะติดที่ตัวสุนัขที่ได้รับบราเวคโตหรือไม่?
ตอบ: ยังสามารถพบได้ เพราะการออกฤทธิ์ภายในระบบร่างกาย เห็บที่ตาย เกาะติดที่ตัวสุนัขยังอาจพบได้ เห็บดังกล่าวจะเอาออกได้ง่ายมาก ซึ่งจะแตกต่างกับเห็บที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งเราต้องใช้แรงในการดึงเห็บออกจากตัวสุนัข

ถาม: เรายังคงต้องใช้สารเคมีฆ่าแมลงสำหรับการควบคุมสิ่งแวดล้อมภายนอกด้วยหรือไม่ ? บราเวคโตทำงานในการควบคุมวงจรชีวิตหมัดในสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร?
ตอบ: ไม่ต้อง บราเวคโตสามารถให้ผลต่อหมัดได้นาน 12 สัปดาห์ ซึ่งเป็นเวลาที่ครอบคลุมวงจรชีวิตหมัด อาจไม่จำเป็นสำหรับการใช้สารเคมีอื่นๆ สำหรับฆ่าแมลงในสิ่งแวดล้อม เพื่อควบคุมหมัดในสิ่งแวดล้อม หมัดที่ดูดเลือดจากสุนัขที่ได้รับบราเวคโต จะไม่สามารถผลิตหมัดรุ่นใหม่ขึ้นมาได้ จากผลที่ยาวนานทำให้วงจรชีวิตหมัดในสิ่งแวดล้อมได้ถูกขจัดออกไปด้วย ช่วงวงจรชีวิตของหมัด ระยะ ไข่ ตัวอ่อนลาร์ว่า และดักแด้ ที่จะเติบโตกลายไปเป็นตัวหมัดเต็มวัย ซึ่งเมื่อหมัดเหล่านี้ติดบนตัวสุนัขที่ได้รับยาบราเวคโต และหมัดเริ่มดูดเลือดสุนัข หมัดก็จะถูกฆ่าก่อนจะสามารถวางไข่ได้

คำถามที่พบบ่อย (ต่อ)

ถาม: เราสามารถให้บราเวคโตในสุนัขพันธุ์ ตั้งท้อง และเลี้ยงนมลูกได้หรือไม่?
ตอบ: บราเวคโตผ่านการอนุมัติให้ใช้ในสุนัขพันธุ์ ตั้งท้องและเลี้ยงนมลูกได้

ถาม: บราเวคโตช่วยในการจัดการโรคผิวหนังอักเสบเนื่องจากภูมิแพ้หมัด(FAD)?
ตอบ: บราเวคโตลดโอกาสการเกิดโรคผิวหนังอักเสบเนื่องจากภูมิแพ้หมัด(FAD) ด้วยการควบคุมหมัดตัวเต็มวัย จึงสามารถใช้บราเวคโตเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาโรคผิวหนังอักเสบเนื่องจากภูมิแพ้หมัด(FAD)

ถาม: บราเวคโตมีประสิทธิภาพต่อปรสิตชนิดอื่นๆ ในสุนัขหรือไม่ (เช่น ยุง/แมลงวัน/ไร/เหา/พยาธิภายใน)?
ตอบ: ประสิทธิภาพต่อปรสิตชนิดอื่นๆ ยังไม่ได้รับการประเมินผล

ถาม: สามารถให้บราเวคโตกับแมวได้ไหม?
ตอบ: บราเวคโตชนิดเม็ดเคี้ยวง่าย ยังไม่ได้รับอนุมัติให้ใช้ในแมว

ถาม: บราเวคโตมีขนาดอย่างไรบ้าง
ตอบ: บราเวคโต มีขนาดบรรจุ 1 เม็ดต่อกล่อง โดย 1 โด๊สให้การป้องกันหมัดและเห็บได้นาน 3 เดือน

หมา